บทที่ 6 ตอนที่ 6
คิดได้ดังนั้น ร่างบอบบางของญานิดาก็รีบผลุนผลันออกไปจากห้องทำงานของแผนกบัญชีอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าตรงไปที่ลิฟต์ทันที ลูเซียสคงยังไม่กลับ เพราะทิชากรพึ่งจะลงมา ยังไงวันนี้หล่อนก็จะต้องทำใจกล้า คุยกับราชสีห์ที่แสนจะเอาแต่ใจให้ได้
และเพียงไม่กี่นาที ร่างของหล่อนก็มายืนสั่นอยู่ที่หน้าห้องทำงานของลูเซียสจริงๆ เขายังไม่ได้กลับออกไป เห็นได้จากไฟที่ยังคงเปิดอยู่ แต่หล่อนจะกล้าเข้าไปเผชิญหน้ากับเขาไหมนะ ทำไมตอนนี้ขาถึงได้สั่นเทานัก เมื่อกี้ยังทำเก่งอยู่เลย
ญานิดาพ่นลมออกจากปากแรงๆ ยกมือขึ้นลูบหน้าของตัวเองราวกับเตรียมพร้อมที่จะต้องออกรบ ก็แน่ล่ะ การเผชิญหน้ากับผู้ชายที่ทรงอำนาจและมีความดุร้ายย่อมไม่ต่างจากการเดินเข้าไปในถ้ำเสือ
มือบางที่สั่นพอๆ กับเรียวปากยกขึ้นค้างอยู่ในอากาศ ทำท่าจะเคาะลงไป แต่ก็ชะงักอยู่อย่างนั้นหลายต่อหลายครั้ง
‘สู้สินิดา เธอจะไปกลัวเขาทำไม ลูเซียสก็หล่อเหมือนเทพบุตร ร่ำรวยมหาศาล และมีอำนาจวิเศษที่สามารถเป่าให้หล่อนไร้เรี่ยวแรง ก็เท่านั้น...ก็เท่านั้นเหรอ มันไม่ใช่ก็เท่านั้นหรอก หล่อนกลัวเขา ให้ตายเถอะ ปอดของหล่อนแหกจนแทบจะฉีกขาดจากกันแล้ว’
เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นเต็มฝ่ามือและหน้าผาก หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก มือที่ยกขึ้นทำท่าจะเคาะก็ค้างอยู่อย่างนั้น ไม่ยอมกระแทกลงไปบนบานประตูไม้นั้นสักที จนในที่สุดมันก็เปิดออกเสียเอง ด้วยมือใหญ่ของคนที่หล่อนต้องการพบหน้า
“มาทำอะไรที่นี่”
คิ้วเข้มที่ตั้งขนานกับนัยน์ตาคมกริบของผู้ชายตรงหน้าเลิกขึ้นน้อยๆ ด้วยความแปลกใจ ก่อนที่ทุกความรู้สึกจะถูกฉาบทับด้วยความไม่พอใจ
ก็แน่ล่ะ เขาจะพอใจได้ยังไงกันล่ะ ในเมื่อมีสัตว์โลกที่เรียกว่าผู้หญิงมายืนอยู่ในสถานที่ที่เป็นที่ส่วนตัวของตัวเองแบบนี้
“ฉันถาม หูแตกหรือไง!”
ญานิดาสะดุ้งสุดตัว มองผู้ชายตรงหน้าด้วยสีหน้าซีดเผือด ความมุ่งมั่นที่ตระเตรียมมากระเด็นหายตกขอบโลกไปจนหมดสิ้น เหลือไว้แต่ร่างกายสั่นๆ ที่ดูแล้วน่าสมเพชเท่านั้น
“เอ่อ...คือดิฉัน...”
“ฉันให้โอกาสเธออีกครั้งเดียว มาทำอะไรที่นี่”
น้ำเสียงดุดันเล็ดลอดไรฟันขาวสะอาดออกมา กลิ่นกายประจำตัวของลูเซียสที่หล่อนได้สัมผัสเมื่อตอนสายโชยเข้ามาก่อกวนในความรู้สึกอีกแล้ว เมื่อเขาก้าวเข้ามาหาช้าๆ
“ฉัน...ดิฉันมีเรื่อง...จะคุยกับท่านประธานค่ะ”
“คุยกับฉันเนี่ยนะ?”
“เอ่อ...ค่ะ เรื่องสำคัญ”
น้ำเสียงตะกุกตะกักของสาวน้อยตรงหน้า ทำให้ลูเซียสแสยะยิ้มออกมาอย่างเหยียดหยาม การกระทำของเจ้าหล่อนในตอนนี้ยิ่งตอกย้ำพฤติกรรมของผู้หญิงหน้าเงินยิ่งขึ้นทุกขณะ
“ได้สิ ที่ไหนดีล่ะ ในรถหรือที่โรงแรม แต่ต้องไม่ใช่ที่บ้านของฉันนะ” ความหมายในคำพูดของลูเซียสไม่ได้ทำให้ญานิดาเข้าใจมันสักนิด
“ในห้องทำงานก็ได้ค่ะ”
“ในห้องทำงานเนี่ยนะ?”
ลูเซียสร้องออกมาอย่างเหลือเชื่อ ยื่นมือออกไปรั้งร่างอรชรเข้ามาแนบลำตัวกำยำของตัวเอง ก่อนจะหนุนตัวให้แผ่นหลังบอบบางของเจ้าหล่อนแนบชิดกับกำแพงห้อง ก้มหน้าต่ำลงมาหา
“อยากขนาดนั้นเลยหรือคนสวย”
คำพูดและการกระทำไม่ให้เกียรติของผู้ชายที่เป็นถึงผู้บริหารทำให้ญานิดาหน้าร้อนผ่าว ไม่เคยคิดเคยฝันมาก่อนเลยว่า ผู้ชายสูงส่งอย่างลูเซียสจะมากอดรัดกับหล่อนแบบนี้
‘นี่เขาไม่เลือกผู้หญิงที่จะกินเลยหรือไงนะ’
“กรุณาปล่อยดิฉันเถอะค่ะ เพราะเรา เอ่อ...คงเข้าใจกันคนละความหมาย”
ลูเซียสส่ายหน้าระบายยิ้มหยัน ขณะก้มต่ำลงมาพูดชิดกับเรียวปากอิ่ม
“หรือว่าจะต้องตกลงราคากันก่อน ก็ได้ อยากได้เท่าไรล่ะ ห้าพัน หมื่นหนึ่ง หรือว่าสองหมื่น แต่ถ้าต่ำกว่านี้ไม่เอานะ เพราะฉันไม่เคยนอนกับอีตัวราคาถูก”
“ท่านประธานกำลังเข้าใจผิดนะคะ”
ร้องออกมาอย่างสุดจะทน ผู้ชายคนนี้หยาบคายกับหล่อนเหลือเกิน คงเห็นว่าหล่อนต่ำต้อยสินะ ญานิดาคิดอย่างเจ็บใจ มือเรียวผลักแผงอกกว้างที่บดเบียดกับร่างกายของตัวเองจนไร้ช่องว่างพัลวัน
“ไม่ผิดหรอกมั้ง ขึ้นมาดักรอถึงห้องทำงานมืดๆ ค่ำๆ แบบนี้”
“ที่ดิฉันมานี่ก็เพราะอยากจะขอร้องเรื่องพี่หญิงต่างหากล่ะคะ ไม่ได้มีจุดประสงค์เน่าๆ แบบที่ท่านประธานคิดสักหน่อย เพราะดิฉันไม่ใช่อีตัว ถึงแม้ในสายตาของท่าน ดิฉันจะเป็นผู้หญิงชั้นต่ำก็ตาม”
คำโต้แย้งที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจของหญิงสาวในอ้อมแขน ทำให้ลูเซียสถึงกับสะอึก ลำแขนแกร่งคลายออกในทันที พร้อมๆ กับร่างสูงใหญ่ที่ถอยหลังออกห่าง
“งั้นก็ขอโทษด้วยที่เข้าใจผิด ปกติผู้หญิงจะใช้วิธีนี้เข้าถึงตัวฉันเสมอ”
ชายหนุ่มสูดลมเข้าปอดเฮือกใหญ่ ก่อนตัดสินใจก้าวยาวๆ เดินมุ่งหน้าไปที่ลิฟต์ส่วนตัวของตนเอง โดยไม่คิดจะพูดจาอะไรกับแม่ผู้หญิงที่ทำให้เลือดในกายของเขาปั่นป่วนอีก
“แต่ดิฉันต้องการสิ่งตอบแทน”
และคำพูดดังๆ ฟังชัดของญานิดาที่ยืนจังก้าอยู่ด้านหลังก็ทำให้ลูเซียสหยุดเดินทันที และค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้า
“เธอหมายความว่ายังไง?”
หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอช้าๆ ด้วยความยากลำบาก และก็แทบจะกระโดดดีใจออกมาเมื่อสามารถพาตัวเองเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าผู้ชายที่มีฉายาว่าอสูรร้ายโดยไม่เป็นลมล้มพับไปเสียก่อน
"ถามว่าหมายความว่ายังไง?”
“เอ่อ คือว่า...เรื่องที่ท่านประธานทำอนาจารกับดิฉันเมื่อครู่นี้”
“อนาจารหรือ?” ลูเซียสทวนคำเสียงสูง “เธอจะบ้าหรือไง ฉันยังไม่ได้แม้แต่จะจูบเธอสักนิด”
ญานิดาแก้มแดงก่ำ อายก็อาย แต่ก็จำเป็นต้องใช้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ช่วยทิชากร เพราะหล่อนมองไม่เห็นวิธีอื่นอีกแล้ว
“แต่ท่านประธานกอดดิฉัน แล้วก็กำลังจะจูบ...”
